ตุลาคม 2560
CR: Line รวมพลังพวธ.
ชีวิตให้รู้จักสังเกตสัปปายะ กับกิลมถะดี ๆ จำไว้ว่า
1. ทุกชีวิตมีความถนัดของตัวเอง มีหน้าที่ของตัวเอง ฟ้าจะเปิดให้ทำเอง ถ้าเป็นหน้าที่ของเรา มันจะโล่งๆ ไม่ติดขัดอะไร หรือติดขัดบ้างแต่พอลุยไปได้ ถ้าไม่ใช่หน้าที่ของเรา ฟ้าจะขวางเอาไว้ มันจะกวนๆ ไม่โปร่ง ไม่โล่ง ไม่สบายใจ ลำบากเกิน แตกร้าวเกิน เสียหายเกิน
แต่ละคนจึงต้องรู้จักสังเกต และหาจุดหลักของตัวเองให้เป็น ถ้าเป็นหน้าที่ของเรา เราจะเจริญ ให้หาตรงนี้ให้เจอ แต่ละคนมีบารมีไม่เหมือนกัน ในแต่ละงาน แต่ละคน แต่ละเวลา
2. ต่อให้แต่ละคนที่มีความถนัดในแต่ละเรื่อง มีหน้าที่ ๆ สมควรแก่ธรรมของตน ๆ แต่ก็ไม่ใช่ในทุกโอกาส ในทุกเวลา เพราะบางครั้งก็
ฟ้าขึ้น บางครั้งก็ฟ้าลงหรือฟ้าปิด เพราะมีวิบาก จึงอย่าไปยึดมั่นถือมั่น ก็ต้องรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะในบางครั้งก็อาจมีข้อผิดพลาดได้ รู้จักช่วยช้อนจิตวิญญาณซึ่งกันและกัน นั่นคือ ความไม่สม่ำเสมอคือยุติธรรมที่สุดแล้ว เพราะมีปัจจัยกวนคืิอวิบากดีรัาย เรามีหน้าที่ทำให้ดีที่สุดและเต็มที่สุด แล้ววางดีนั้นให้เป็นไปตามการสังเคราะห์ตามวิบากดีร้ายของเราของเขาและของโลก
มีเพียงจิตวิญญาณที่พ้นทุกข์เท่านั้น ที่มีความผาสุก เที่ยงแท้ยั่งยืนแท้จริงสม่ำเสมอตลอดกาลนานไม่แปรเปลี่ยนเป็นอื่น
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
************************************************
"ทุกอย่างในโลกนี้ เป็นคลื่นแม่เหล็กที่สัมพันธ์กันทั้งหมด เป็นปฏิจจสมุปบาท"
ทุกพฤติกรรมทางกายวาจาใจของเรา ล้วนมีผลต่อตัวเราเองและผู้อื่นทั้งนั้น ไม่มีพฤติกรรมใดที่ไม่มีผลต่อตนเองและผู้อื่น
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ปฏิสัมพันธ์กันทั้งหมด เป็นคลื่นแม่เหล็กที่สัมพันธ์กันทั้งหมด เป็นปฏิจจสมุปบาทเพราะถ้าเราคิดพูดทำในสิ่งที่ดีก็จะเกิดผลดีทั้งต่อตัวเราเองและมวลมนุษยชาติ คิดพูดทำในสิ่งที่ไม่ดีก็จะเกิดผลร้ายต่อตัวเราและมวลมนุษยชาติ นี่เป็นสัจจะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ จะเกิดผลในชาติที่ทำส่วนหนึ่ง และเกิดผลในชาติต่อๆ ไปอีกส่วนหนึ่ง ตราบเราปรินิพพาน
และพระพุทธเจ้าตรัสว่า มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ทางเอกสายเดียวสู่ความพ้นทุกข์
การที่เราได้มีโอกาสพบกับหมู่มิตรดี ได้มีโอกาสบำเพ็ญกับหมู่มิตรดี เป็นโชคดีที่สุดในชีวิตของเราแล้ว
จงอาศัยโอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุดต่อเราและผองชน
การที่บุคคลใดก็ตาม พลาดไม่ได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สูงต่อตัวเราเองและผู้อื่นนั้น ส่วนใหญ่จะหลุดไปอีกหลายชาติ เพราะวิบากกับกิเลสมันจะลากเราออกไปจากหมู่มิตรดีได้ไกลที่สุด ห่างไกลจากหมู่มิตรดีได้ไกลที่สุด และจะได้รับวิบากร้ายที่แรงที่สุด และโอกาสที่จะได้กลับมาพบเจอมิตรดีไม่ง่าย
ดังนั้น เมื่อเราได้มาเจอมิตรดี แล้ว จงสานพลังให้ดี จงเคารพในความดีของหมู่มิตรดี เคารพความดีของพระพุทธเจ้า ผู้นำหมู่มิตรดี และมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี เคารพและตั้งใจพากเพียรปฏิบัติตามให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
ในข้อด้อยข้อพร่องของแต่ละคนๆ นั้น เราจงเมตตาอุเบกขาแก่กันและกัน ทุกชีวิตล้วนมีข้อดีข้อด้อย เพราะทุกชีวิตเคยทำทั้งข้อดีและข้อไม่ดีมา
วิบากดีมาก็จะเกิดสภาพที่ดีๆ วิบากร้ายมาก็จะมีข้อพร่องข้อด้อยเยอะแยะ
จงเข้าใจ และเมตตาอุเบกขาในส่วนด้อยของหมู่มิตรดี ถ้ามีสิ่งดีมากกว่าสิ่งด้อยเราก็อยู่ด้วยกัน หลอมรวมพลังกันทำสิ่งดีต่อไป
ยิ่งจากวันนี้ไป สังคมโลกจะเลวร้ายรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ ในภาพรวม ทางรอดทางเดียวของมวลมนุษยชาติคือต้องหลอมรวมกันให้แน่น
ผู้ใดได้พบกับหมู่มิตรดีและได้บำเพ็ญร่วมกับหมู่มิตรดี อย่างถูกตรงผู้นั้นก็จะรอด
แพทย์วิถีธรรมจะเป็นน้ำแข็ง (มีความสงบ เย็น)ท่ามกลางเตาหลอมเหล็ก (ความเดือดร้อนทั้งปวง)
จะมีหมู่มิตรดีที่จะทยอยกันมาเรื่อยๆ เราต้องช่วยเขา เหมือนกับที่เราได้รับความช่วยเหลือจากพระโพธิสัตว์ ที่ท่านได้ช่วยเรา ให้ได้พบหมู่มิตรดีและร่วมบำเพ็ญกับหมู่มิตรดี
ได้ช่วยตนเองให้พ้นทุกข์และช่วยเหลือคนอื่นให้พ้นทุกข์ต่อไป
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเราเป็นทั้งคุณค่าและความผาสุกในชีวิตเราและผองชน
ยังมีพี่นัองอีกจำนวนมากที่ตามหาเราอยู่ อยากได้ความพ้นทุกข์ อยากจะได้ความผาสุกนี้ตามที่เราเป็นตามที่เราได้ อยากพบหมู่มิตรดี อยากบำเพ็ญร่วม อยากลดกิเลส
ดังนั้นการสานพลังกับหมู่มิตรดีทำความดีจะทำให้เกิดคลื่นโลกุตระคือคลื่นแห่งความดีที่แรงขึ้นชัดเจนขึ้นมีพลังในการต่อเชื่อมมากยิ่งขึ้น จะทำให้พี่น้องเราตามหาเราเจอ
ภารกิจของแพทย์วิถีธรรมคือ มาร่วมกันทำคลื่นโลกุตระนี้ให้ครบเต็มชัด ด้วยการสานพลังกับหมู่มิตรดี ลดกิเลส (บุญ) ไปพร้อมกับช่วยเหลือผู้อื่น (กุศล)
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
"ทางเอกสายเดียวที่จะพาเราและมวลมนุษยชาติก้าวไปสู่ความพ้นทุกข์"
ในโลกใบนี้ ทุกชีวิตก็ก้าวไปสู่ความดับสูญ จนถึงที่สุดๆ ในแต่ละภพชาติก็คือความดับสูญคือปรินิพพานไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ในเส้นทางของการก้าวสู่นิพพานนั้น ใครจะก้าวด้วยใจที่เป็นสุขที่สุดมากกว่ากัน เป็นเส้นทางเดียวที่เราจะเดินไปได้ ถ้าเราไม่ได้พบสุขที่สุดอย่างยั่งยืน เราก็ไม่มีวันดับทุกข์ได้
การเดินทางต้อง
-ฝ่าทุกข์จากกิเลสด้วยการทำลายกิเลสให้ได้ ด้วยศีลสมาธิปัญญาที่ถูกต้องถูกตรงสู่ความพ้นทุกข์
-ฝ่าความทุกข์จากวิบากก็ต้องดันวิบากร้ายออกให้ได้ ดูดสิ่งดีเข้ามาให้ได้ด้วยการลดกิเลสไปด้วย ช่วยเหลือผู้อื่นไปด้วย โลกก็ได้ประโยชน์ เราก็ได้ประโยชน์ ทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่านไปพร้อมๆ กัน
เป็นทางสายเดียวที่จะพาเราและมวลมนุษยชาติก้าวไปสู่ความพ้นทุกข์
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับพี่น้องทุกท่าน ขอบคุณที่มาทำความดีให้กับตัวเองและผู้อื่น เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษยชาติจะได้อาศัย ไม่มีอะไรดีกว่าคนดีรวมพลังทำดีโดยไม่อยากได้อะไร แล้วคนดีก็จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรได้ จะได้สิ่งดีคุ้มครองชีวิตเรา ได้สิ่งดีคุ้มครองชีวิตผู้อื่น ในโลกใบนี้ ทุกชีวิตก็ก้าวไปสู่ความดับสูญ จนถึงที่สุดๆ ในแต่ละภพชาติก็คือความดับสูญคือปรินิพพานไม่ต้องกลับมาเกิดอีก
ในโอกาสต่อจากนี้ พี่น้องเราก็จะมาร่วมกัน
"รวมพลังแพทย์วิถีธรรมก้าวตามรอยเท้าพ่อ" ต่อไป
อนุโมทนากับทุกท่านครับ
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
30 ตุลาคม 2560
"ชีวิตแต่ละวันๆ ให้ตรวจ
ประโยชน์ตนประโยชน์ท่านให้ดี ตรวจกามตรวจอัตตาให้ดี ถ้าชนะมากกว่าแพ้ เราก็ควรจะภาคภูมิใจ แต่ถ้าแพ้มากกว่าชนะ เราก็ควรจะพากเพียรใจ"
1. ประโยชน์ตน คือ ลดกิเลส (บุญ) ตรวจความบริสุทธิ์ของศีล ละบาป บำเพ็ญบุญ ด้วยใจที่อิ่มเอิบ
เบิกบานแจ่มใสไร้ทุกข์ไร้กังวล คือสุขเท่ากับดินทั้งแผ่นดิน
1.1 ตรวจดูอัตตา คือการเอาแต่ใจตัวเอง ความรำคาญใจ ความชิงชังรังเกียจ ความไม่แช่มชื่น ความไม่พอใจ (เป็นสภาพที่ไม่อิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส) ในเรื่องไหนบ้าง ก็ต้องปรับให้เป็นพุทธะ คือ สบายใจอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใสไร้ทุกข์ไร้กังวลในทุกวินาที นี่คือสภาพที่ไม่เบียดเบียน
-เราชนะได้มากน้อยแค่ไหน แพ้แค่ไหน แล้ว
-ตรวจดูว่าชนะเพราะอะไร แพ้เพราะอะไร กิเลสมันโกหกเราอย่างไร แล้วเราเชื่อมันอย่างไร แล้วในครั้งที่เราชนะ เราชนะมันได้อย่างไร
-ดังนั้นแต่ละวันๆ จับคำโกหกของกิเลสให้ได้ แล้วค้นหาความจริงแท้ให้ได้ เมื่อใดที่เราจับโกหกได้ เข้าถึงความจริงแท้ได้ ใจเราก็จะเป็นสุขที่สุดในโลก คือสุขเท่ากับดินทั้งแผ่นดิน
2. ตรวจดูกาม คือรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
เราแพ้อะไรบ้าง ชนะมากกว่าแพ้ หรือแพ้มากกว่าชนะ
-ถ้าชนะมากกว่าแพ้ เราก็ควรจะภาคภูมิใจ แต่ถ้าแพ้มากกว่าชนะ เราก็ควรจะพากเพียรใจ
เช่น อาหาร ถ้ามันเครียดมาก มันอยากมาก มันลำบากมากก็ยอมมันไป ยอมลดอัตตา ไม่ต้องกังวล คือ อย่าทำทุกข์ทับถมตน ให้รู้ความจริงตามความเป็นจริง ให้ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ยอมรับความจริงว่าเรากินเพราะอะไร
-ต้องการเช็ควิมุติ คืออยากรู้ว่าเรายังติดกามในอาหารชนิดนั้นๆ หรือไม่ ยังชอบชังในอาหารนั้นๆ หรือไม่ เช็คด้วยใจที่บริสุทธิ์
-อยากกินจริงๆ ยังติดใจในรสชาตินั้นอยู่ ยังอาลัยอาวรณ์อยู่ ยังคิดถึงอยู่ ยังมีกิเลสอยู่
-ก็ยอมมันไป แล้วตั้งหลักใหม่ด้วยใจที่เบิกบาน ตั้งจิตจะแก้ไขเท่าที่เราจะทำได้ เครียดมากก็ถอย (ลดอัตตา) พอจะสู้ได้ก็บุกคือลำบากในขีดที่เบิกบานได้ นี่คือ การปฏิบัติธรรมตามฐาน
2. ประโยชน์ท่าน คือ ช่วยเหลือผู้อื่น (กุศล) ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ไม่ว่าด้านวัตถุหรือด้านทางกาย คือสุขเท่ากับฝุ่นปลายเล็บ
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
************************************************
การทำงานใดๆ ก็ตาม หากมีความเห็นที่แตกต่าง หลักการตัดสินใจ คือดูความเจริญทางจิตวิญญาณของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก คือการไม่เอาแต่ใจตัวเอง คือเอาความสามัคคีเป็นหลัก
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
*************************************************
ชีวิตให้รู้จักสังเกตสัปปายะ กับกิลมถะดี ๆ จำไว้ว่า
1. ทุกชีวิตมีความถนัดของตัวเอง มีหน้าที่ของตัวเอง ฟ้าจะเปิดให้ทำเอง ถ้าเป็นหน้าที่ของเรา มันจะโล่งๆ ไม่ติดขัดอะไร หรือติดขัดบ้างแต่พอลุยไปได้ ถ้าไม่ใช่หน้าที่ของเรา ฟ้าจะขวางเอาไว้ มันจะกวนๆ ไม่โปร่ง ไม่โล่ง ไม่สบายใจ ลำบากเกิน แตกร้าวเกิน เสียหายเกิน
แต่ละคนจึงต้องรู้จักสังเกต และหาจุดหลักของตัวเองให้เป็น ถ้าเป็นหน้าที่ของเรา เราจะเจริญ ให้หาตรงนี้ให้เจอ แต่ละคนมีบารมีไม่เหมือนกัน ในแต่ละงาน แต่ละคน แต่ละเวลา
2. ต่อให้แต่ละคนที่มีความถนัดในแต่ละเรื่อง มีหน้าที่ ๆ สมควรแก่ธรรมของตน ๆ แต่ก็ไม่ใช่ในทุกโอกาส ในทุกเวลา เพราะบางครั้งก็
ฟ้าขึ้น บางครั้งก็ฟ้าลงหรือฟ้าปิด เพราะมีวิบาก จึงอย่าไปยึดมั่นถือมั่น ก็ต้องรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน เพราะในบางครั้งก็อาจมีข้อผิดพลาดได้ รู้จักช่วยช้อนจิตวิญญาณซึ่งกันและกัน นั่นคือ ความไม่สม่ำเสมอคือยุติธรรมที่สุดแล้ว เพราะมีปัจจัยกวนคืิอวิบากดีรัาย เรามีหน้าที่ทำให้ดีที่สุดและเต็มที่สุด แล้ววางดีนั้นให้เป็นไปตามการสังเคราะห์ตามวิบากดีร้ายของเราของเขาและของโลก
มีเพียงจิตวิญญาณที่พ้นทุกข์เท่านั้น ที่มีความผาสุก เที่ยงแท้ยั่งยืนแท้จริงสม่ำเสมอตลอดกาลนานไม่แปรเปลี่ยนเป็นอื่น
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
"ทุกอย่างในโลกนี้ เป็นคลื่นแม่เหล็กที่สัมพันธ์กันทั้งหมด เป็นปฏิจจสมุปบาท"
ทุกพฤติกรรมทางกายวาจาใจของเรา ล้วนมีผลต่อตัวเราเองและผู้อื่นทั้งนั้น ไม่มีพฤติกรรมใดที่ไม่มีผลต่อตนเองและผู้อื่น
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ปฏิสัมพันธ์กันทั้งหมด เป็นคลื่นแม่เหล็กที่สัมพันธ์กันทั้งหมด เป็นปฏิจจสมุปบาทเพราะถ้าเราคิดพูดทำในสิ่งที่ดีก็จะเกิดผลดีทั้งต่อตัวเราเองและมวลมนุษยชาติ คิดพูดทำในสิ่งที่ไม่ดีก็จะเกิดผลร้ายต่อตัวเราและมวลมนุษยชาติ นี่เป็นสัจจะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ จะเกิดผลในชาติที่ทำส่วนหนึ่ง และเกิดผลในชาติต่อๆ ไปอีกส่วนหนึ่ง ตราบเราปรินิพพาน
และพระพุทธเจ้าตรัสว่า มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของการปฏิบัติมรรคมีองค์ 8 ทางเอกสายเดียวสู่ความพ้นทุกข์
การที่เราได้มีโอกาสพบกับหมู่มิตรดี ได้มีโอกาสบำเพ็ญกับหมู่มิตรดี เป็นโชคดีที่สุดในชีวิตของเราแล้ว
จงอาศัยโอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุดต่อเราและผองชน
การที่บุคคลใดก็ตาม พลาดไม่ได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สูงต่อตัวเราเองและผู้อื่นนั้น ส่วนใหญ่จะหลุดไปอีกหลายชาติ เพราะวิบากกับกิเลสมันจะลากเราออกไปจากหมู่มิตรดีได้ไกลที่สุด ห่างไกลจากหมู่มิตรดีได้ไกลที่สุด และจะได้รับวิบากร้ายที่แรงที่สุด และโอกาสที่จะได้กลับมาพบเจอมิตรดีไม่ง่าย
ดังนั้น เมื่อเราได้มาเจอมิตรดี แล้ว จงสานพลังให้ดี จงเคารพในความดีของหมู่มิตรดี เคารพความดีของพระพุทธเจ้า ผู้นำหมู่มิตรดี และมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี เคารพและตั้งใจพากเพียรปฏิบัติตามให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
ในข้อด้อยข้อพร่องของแต่ละคนๆ นั้น เราจงเมตตาอุเบกขาแก่กันและกัน ทุกชีวิตล้วนมีข้อดีข้อด้อย เพราะทุกชีวิตเคยทำทั้งข้อดีและข้อไม่ดีมา
วิบากดีมาก็จะเกิดสภาพที่ดีๆ วิบากร้ายมาก็จะมีข้อพร่องข้อด้อยเยอะแยะ
จงเข้าใจ และเมตตาอุเบกขาในส่วนด้อยของหมู่มิตรดี ถ้ามีสิ่งดีมากกว่าสิ่งด้อยเราก็อยู่ด้วยกัน หลอมรวมพลังกันทำสิ่งดีต่อไป
ยิ่งจากวันนี้ไป สังคมโลกจะเลวร้ายรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ ในภาพรวม ทางรอดทางเดียวของมวลมนุษยชาติคือต้องหลอมรวมกันให้แน่น
ผู้ใดได้พบกับหมู่มิตรดีและได้บำเพ็ญร่วมกับหมู่มิตรดี อย่างถูกตรงผู้นั้นก็จะรอด
แพทย์วิถีธรรมจะเป็นน้ำแข็ง (มีความสงบ เย็น)ท่ามกลางเตาหลอมเหล็ก (ความเดือดร้อนทั้งปวง)
จะมีหมู่มิตรดีที่จะทยอยกันมาเรื่อยๆ เราต้องช่วยเขา เหมือนกับที่เราได้รับความช่วยเหลือจากพระโพธิสัตว์ ที่ท่านได้ช่วยเรา ให้ได้พบหมู่มิตรดีและร่วมบำเพ็ญกับหมู่มิตรดี
ได้ช่วยตนเองให้พ้นทุกข์และช่วยเหลือคนอื่นให้พ้นทุกข์ต่อไป
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเราเป็นทั้งคุณค่าและความผาสุกในชีวิตเราและผองชน
ยังมีพี่นัองอีกจำนวนมากที่ตามหาเราอยู่ อยากได้ความพ้นทุกข์ อยากจะได้ความผาสุกนี้ตามที่เราเป็นตามที่เราได้ อยากพบหมู่มิตรดี อยากบำเพ็ญร่วม อยากลดกิเลส
ดังนั้นการสานพลังกับหมู่มิตรดีทำความดีจะทำให้เกิดคลื่นโลกุตระคือคลื่นแห่งความดีที่แรงขึ้นชัดเจนขึ้นมีพลังในการต่อเชื่อมมากยิ่งขึ้น จะทำให้พี่น้องเราตามหาเราเจอ
ภารกิจของแพทย์วิถีธรรมคือ มาร่วมกันทำคลื่นโลกุตระนี้ให้ครบเต็มชัด
ด้วยการสานพลังกับหมู่มิตรดี ลดกิเลส (บุญ) ไปพร้อมกับช่วยเหลือผู้อื่น (กุศล)
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
"ทางเอกสายเดียวที่จะพาเราและมวลมนุษยชาติก้าวไปสู่ความพ้นทุกข์"
ในโลกใบนี้ ทุกชีวิตก็ก้าวไปสู่ความดับสูญ จนถึงที่สุดๆ ในแต่ละภพชาติก็คือความดับสูญคือปรินิพพานไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ในเส้นทางของการก้าวสู่นิพพานนั้น ใครจะก้าวด้วยใจที่เป็นสุขที่สุดมากกว่ากัน เป็นเส้นทางเดียวที่เราจะเดินไปได้ ถ้าเราไม่ได้พบสุขที่สุดอย่างยั่งยืน เราก็ไม่มีวันดับทุกข์ได้
การเดินทางต้อง
-ฝ่าทุกข์จากกิเลสด้วยการทำลายกิเลสให้ได้ ด้วยศีลสมาธิปัญญาที่ถูกต้องถูกตรงสู่ความพ้นทุกข์
-ฝ่าความทุกข์จากวิบากก็ต้องดันวิบากร้ายออกให้ได้ ดูดสิ่งดีเข้ามาให้ได้ด้วยการลดกิเลสไปด้วย ช่วยเหลือผู้อื่นไปด้วย โลกก็ได้ประโยชน์ เราก็ได้ประโยชน์ ทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่านไปพร้อมๆ กัน
เป็นทางสายเดียวที่จะพาเราและมวลมนุษยชาติก้าวไปสู่ความพ้นทุกข์
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
******************************************
ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับพี่น้องทุกท่าน ขอบคุณที่มาทำความดีให้กับตัวเองและผู้อื่น เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษยชาติจะได้อาศัย ไม่มีอะไรดีกว่าคนดีรวมพลังทำดีโดยไม่อยากได้อะไร แล้วคนดีก็จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรได้ จะได้สิ่งดีคุ้มครองชีวิตเรา ได้สิ่งดีคุ้มครองชีวิตผู้อื่น ในโลกใบนี้ ทุกชีวิตก็ก้าวไปสู่ความดับสูญ จนถึงที่สุดๆ ในแต่ละภพชาติก็คือความดับสูญคือปรินิพพานไม่ต้องกลับมาเกิดอีก
ในโอกาสต่อจากนี้ พี่น้องเราก็จะมาร่วมกัน
"รวมพลังแพทย์วิถีธรรมก้าวตามรอยเท้าพ่อ" ต่อไป
อนุโมทนากับทุกท่านครับ
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
30 ตุลาคม 2560
********************************************
"ชีวิตแต่ละวันๆ ให้ตรวจ
ประโยชน์ตนประโยชน์ท่านให้ดี ตรวจกามตรวจอัตตาให้ดี ถ้าชนะมากกว่าแพ้ เราก็ควรจะภาคภูมิใจ แต่ถ้าแพ้มากกว่าชนะ เราก็ควรจะพากเพียรใจ"
1. ประโยชน์ตน คือ ลดกิเลส (บุญ) ตรวจความบริสุทธิ์ของศีล ละบาป บำเพ็ญบุญ ด้วยใจที่อิ่มเอิบ
เบิกบานแจ่มใสไร้ทุกข์ไร้กังวล คือสุขเท่ากับดินทั้งแผ่นดิน
1.1 ตรวจดูอัตตา คือการเอาแต่ใจตัวเอง ความรำคาญใจ ความชิงชังรังเกียจ ความไม่แช่มชื่น ความไม่พอใจ (เป็นสภาพที่ไม่อิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส) ในเรื่องไหนบ้าง ก็ต้องปรับให้เป็นพุทธะ คือ สบายใจอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใสไร้ทุกข์ไร้กังวลในทุกวินาที นี่คือสภาพที่ไม่เบียดเบียน
-เราชนะได้มากน้อยแค่ไหน แพ้แค่ไหน แล้ว
-ตรวจดูว่าชนะเพราะอะไร แพ้เพราะอะไร กิเลสมันโกหกเราอย่างไร แล้วเราเชื่อมันอย่างไร แล้วในครั้งที่เราชนะ เราชนะมันได้อย่างไร
-ดังนั้นแต่ละวันๆ จับคำโกหกของกิเลสให้ได้ แล้วค้นหาความจริงแท้ให้ได้ เมื่อใดที่เราจับโกหกได้ เข้าถึงความจริงแท้ได้ ใจเราก็จะเป็นสุขที่สุดในโลก คือสุขเท่ากับดินทั้งแผ่นดิน
2. ตรวจดูกาม คือรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
เราแพ้อะไรบ้าง ชนะมากกว่าแพ้ หรือแพ้มากกว่าชนะ
-ถ้าชนะมากกว่าแพ้ เราก็ควรจะภาคภูมิใจ แต่ถ้าแพ้มากกว่าชนะ เราก็ควรจะพากเพียรใจ
เช่น อาหาร ถ้ามันเครียดมาก มันอยากมาก มันลำบากมากก็ยอมมันไป ยอมลดอัตตา ไม่ต้องกังวล คือ อย่าทำทุกข์ทับถมตน ให้รู้ความจริงตามความเป็นจริง ให้ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ยอมรับความจริงว่าเรากินเพราะอะไร
-ต้องการเช็ควิมุติ คืออยากรู้ว่าเรายังติดกามในอาหารชนิดนั้นๆ หรือไม่ ยังชอบชังในอาหารนั้นๆ หรือไม่ เช็คด้วยใจที่บริสุทธิ์
-อยากกินจริงๆ ยังติดใจในรสชาตินั้นอยู่ ยังอาลัยอาวรณ์อยู่ ยังคิดถึงอยู่ ยังมีกิเลสอยู่
-ก็ยอมมันไป แล้วตั้งหลักใหม่ด้วยใจที่เบิกบาน ตั้งจิตจะแก้ไขเท่าที่เราจะทำได้ เครียดมากก็ถอย (ลดอัตตา) พอจะสู้ได้ก็บุกคือลำบากในขีดที่เบิกบานได้ นี่คือ การปฏิบัติธรรมตามฐาน
2. ประโยชน์ท่าน คือ ช่วยเหลือผู้อื่น (กุศล) ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ไม่ว่าด้านวัตถุหรือด้านทางกาย คือสุขเท่ากับฝุ่นปลายเล็บ
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
*********************************************
การทำงานใดๆ ก็ตาม หากมีความเห็นที่แตกต่าง หลักการตัดสินใจ คือดูความเจริญทางจิตวิญญาณของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก คือการไม่เอาแต่ใจตัวเอง คือเอาความสามัคคีเป็นหลัก
หมอเขียว
ดร.ใจเพชร กล้าจน
27 ตุลาคม 2560
*********************************************
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น